สารพัดสถิติกินเนสส์บุ๊คปี 2011


 ในแต่ละวันมีสิ่งแปลกประหลาด และน่าทึ่งมากมายเกิดขึ้นบนโลก ทำให้หนังสือบันทึกสถิติโลกอย่าง กินเนสส์บุ๊ค ดูจะไม่เคยว่างเว้นจากการจดสถิติใหม่เลย ยิ่งไปกว่านั้น ทุก ๆ วันก็ยิ่งมีคนหลายคนทั่วโลกต่างพากันสร้างสรรค์สิ่งแปลก ๆ ขึ้นมามากขึ้น เพื่อที่จะได้รับการจดบันทึกลงในหนังสือเล่มนี้

          

Puggy


          เริ่มจากเรื่องราวของสัตว์สุดแปลกกันก่อน ในปีนี้ เจ้าปั๊กกี้ สุนัขพันธุ์เบ๊กกี้สแตนฟอร์ด เพศผู้ วัย 9 ปี ครองแชมป์สุนัขที่มีลิ้นยาวที่สุดในโลก ด้วยความยาวลิ้นเกือบ 5 นิ้ว เพิ่งได้รับการจดบันทึกเมื่อเดือนพฤษภาคมที่ผ่านมา

 
Anastasia


          ต่อ ไปเป็นสถิติของสุนัขสุดน่ารักอีกตัวที่เป็นขวัญใจหลายคนทั่วโลก นั่นคือ เจ้าอนาสตาเซีย สุนัขที่คว้าแชมป์กัดลูกโป่ง 100 ลูกให้แตกได้เร็วที่สุดในโลก โดยมันใช้เวลาทำให้ลูกโป่ง 100 ลูกแตกในเวลาเพียง 44.45 วินาทีเท่านั้น

 
Tubby


          ส่วน เจ้าทับบี้ สุนัขของซานดร้า กิลมอร์ ก็ไม่น้อยหน้า คว้าตำแหน่งสุนัขรักษ์โลกที่สามารถเก็บขวดมารีไซเคิลได้มากที่สุดในโลก โดยมันเก็บมากองที่บ้านแล้วกว่า 26,000 ขวด

 


          และเจ้าสัตว์อีกตัวที่น่ารักน่าชังจนเห็นแล้วอดยิ้มไม่ได้ นั่นคือ เจ้า สวอลโลว์ วัวสีดำเพศเมียจากนอร์ท ยอร์คไชร์ ประเทศอังกฤษ ที่คว้าแชมป์วัวที่ตัวเล็กที่สุดในโลก ด้วยความสูงเพียง 33.5 นิ้วเท่านั้น

 


          ปิด ท้ายเรื่องสัตว์กันด้วยสัตว์น่ากลัวอย่างงู ในสวนสัตว์โคลัมบัส รัฐโอไฮโอ สหรัฐอเมริกา ที่ทำเอาคนทั่วโลกทึ่งปนขนลุก เพราะไม่ใช่แค่มันจะตัวใหญ่เท่านั้น แต่ตัวมันยังยาวถึง 24 ฟุตอีกต่างหาก
Simon Elmore


          คราวนี้หันมาดูเรื่องราวของคนกันบ้าง เริ่มจากไซมอน เอลมอร์ จากบาวาเรีย ประเทศเยอรมนี ที่ทำสถิติคาบหลอดไว้ในปากได้จำนวนมากที่สุดในโลก ที่รับรองว่าไม่มีใครเลียนแบบได้อย่างแน่นอน เพราะเขาคาบหลอดกาแฟไว้ได้ทีละ 400 หลอด เลยทีเดียว

Kevin Fast
 


          ส่วน เควิน ฟาสต์ จากออนตาริโอ แคนาดา ก็งัดความแข็งแรงของตัวเองออกมาแสดงให้โลกเห็นด้วยการผูกตัวเองกับเครื่อง บินหนัก 188.83 ตัน แล้วลากมันไปได้ไกลถึง 28 ฟุต


          ด้าน สตีเฟ่น ปาร์คส์ ก็ทำลายสถิติสุดน่ารัก ด้วยการสะสมคอลเลคชั่นของตัวการ์ตูน Smurf ได้มากที่สุดในโลก คือ 1,061 แบบเลยทีเดียว

 

 ปิด ท้ายด้วยเรื่องราวของร้านอาหารมาริโอ้ คาเฟ่ ในบอลตัน ประเทศอังกฤษ ที่คิดเมนูไม่เน้นแปลกแต่เน้นปริมาณ ด้วยการเสนอเสิร์ฟอาหารเช้าให้แขกกินฟรี แต่มีข้อแม้ว่าต้องทานอาหารให้หมดจานภายใน 20 นาที ซึ่งนั่นอาจดูเหมือนง่าย แต่ลองชมปริมาณอาหารกันก่อน หนาวไปตาม ๆ กันเลยล่ะคราวนี้ ....




Credit :  kapook.com
รักยิ่งใหญ่จากใจแม่ แบกลูกขึ้นหลังส่งเรียนถึงมหาวิทยาลัย

                                                    

 

รักยิ่งใหญ่จากใจ แม่ แบกลูกขึ้นหลังส่งเรียนถึงมหาวิทยาลัย

เนื่อง จากการเจริญเติบโตของกล้ามเนื้อบกพร่องมาตั้งแต่กำเนิด ส่งผลให้หวงเสี่ยว์จวินต้องให้ซีสุ่ยอิงผู้เป็นแม่ แบกขึ้นหลังไปโรงเรียนมากว่า 13 ปี ตั้งแต่เริ่มเข้าโรงเรียนอนุบาล ประถมศึกษา จนกระทั่งจบมัธยมศึกษา และวันนี้ด้วยคะแนนสอบ 587 คะแนนในแผนวิทย์ ส่งผลได้เสี่ยว์จวิน ได้รับการตอบรับจากมหาวิทยาลัยโพลีเทคนิกเจ้อเจียง ให้เข้ารายงานตัวเป็นนักศึกษา แม่ของเขากล่าวอย่างภาคภูมิ ว่าจะแบกลูกชายคนนี้ไปเรียน จนกว่าจะจบมหาวิทยาลัยอย่างแน่นอน

ซี สุ่ยอิงผู้เป็นแม่แบกลูกชายคน เดียวไปเรียนมานานกว่า 13 ปี ตั้งแต่เริ่มเข้าโรงเรียนอนุบาล จนกระทั่งจบมัธยมศึกษา และวันนี้ผลของความพยายาม หวงเสี่ยว์จวิน ได้รับการตอบรับจากมหาวิทยาลัยโพลีเทคนิกเจ้อเจียง

 



 ใบตอบรับจากทางมหาวิทยาลัย ที่แลกมาด้วยความมุ่งมั่นกว่า 13 ปีของแม่ลูกคู่นี้

 คำ ถามหนึ่งที่หลายคนอยากจะถามซี สุ่ยอิง คือ แรงผลักดันดันใดกัน ที่ทำให้แม่คนหนึ่งยินยอมพร้อมใจ มาเป็นเท้าทั้งสองข้างของลูกชาย ซึ่งต้องเดินทางจากถนนเล็กๆ บนภูเขาซึ่งเฉอะแฉะไปด้วยโคลนตมจนกระทั่งขึ้นมาสู่ตึกใหญ่ในเมืองทีละชั้น ละชั้น เป็นอย่างนี้มากว่า 10 ปี
ไม่ว่าจะด้วยเหตุผลใด แต่คาดว่าคำตอบของคำถามนี้ จะต้องเต็มไปด้วยความรักที่เปี่ยมล้นอย่างแน่นอน

ซี สุ่ยอิง ตรงหน้า คือหญิงชาวบ้านที่แต่งกายเรียบง่ายคนหนึ่ง เธอเป็นชาวเมืองฟู่หยัง ซึ่งคำตอบของคำถามข้างต้น ก็ออกมาจากปากของเธออย่างเรียบง่าย ทว่าหนักแน่นว่า“ฉัน ดูทีวียังไม่เข้าใจ อ่านหนังสือพิมพ์ยิ่งอ่านไม่ออก แต่ฉันไม่มีทางยอมให้ลูกชายพิการของฉันเป็นอย่างที่ฉันเป็น

หลัง จากนั้น ซีสุ่ยอิง ได้เล่าถึงเส้นทางชีวิตอันยากลำบาก ที่ต้องฝ่าฟันของเธอกับลูกชายคนเดียวว่า “ตอนนั้น คนในหมู่บ้านพากันเตือนฉันว่า ลูกชายพิการถึงขนาดนี้แล้ว เอาไปทิ้งที่สถานีรถไฟให้คนอื่นมาเก็บไปเลี้ยง อาจจะดีกว่า”แน่ นอน ว่าซีสุ่ยอิงไม่เห็นด้วย เธอยังคงก้มหน้าก้มตาแบกลูกชายขึ้นหลัง เพื่อไปเข้าเรียนอนุบาล ไปเข้าเรียนชั้นประถม... ต่อไป และต่อไป



 เสี่ยว์จวิน พยายามฝึกหัดเดินขึ้นลงบันไดด้วยตัวเอง

 ทั้ง นี้ ซีสุ่ยอิง ไม่เคยลืมโรงเรียนมัธยมที่สองแห่งเมืองฟู่หยัง ที่ให้ความช่วยเหลือเธอและลูก ด้วยการให้ห้องพักฟรีแก่สองแม่ลูกหนึ่งห้อง นอกจากนั้นยังรับซีสุ่ยอิงเข้าเป็นพนักงานทำความสะอาดของโรงเรียนอีกด้วย

กระนั้น ในเวลาประมาณ 6 โมงเช้าของทุกๆ วันเรียน ซีสุ่ยอิงจะต้องแบกลูกชายจากห้องพักชั้น 3 ลงมาข้างล่าง และแบกขึ้นไปส่งยังชั้น 5 ของตึกเรียนอีกตึกหนึ่ง

ลูกสอบเข้ามหาวิทยาลัยได้แล้ว ยังไงฉันก็จะแบกเขาไปเรียนต่อไป” ซีสุ่ยอิง กล่าวอย่างแข็งขัน




 เมื่อเล่าถึงเส้นทางชีวิตอันแสน ลำบากของลูกชายคนนี้ ที่ต้องฝ่าฟัน ผู้เป็นแม่อดไม่ได้ที่จะร้องไห้ออกมา

 อย่างไรก็ตามความแข็งขันดังกล่าว ได้ลดทอนลงไป ตามจำนวนเงินในกระเป๋าของสองแม่ลูก ที่มีอยู่อย่างจำกัดจำเขี่ย

แต่ หลังจากการลงข่าวของหนังสือพิมพ์ฉบับบ่ายเฉียนเจียง ส่งผลให้มีผู้อ่านใจบุญทะยอยยื่นมือเข้าช่วยเหลือ ซีสุ่ยอิงกล่าวว่า“ต้องขอขอบคุณหนังสือพิมพ์ฉบับบ่ายเฉียนเจียงที่ช่วยเหลือ ทำให้ฉันสะสมค่าเทอมในปีแรกของลูกชายได้ครบแล้ว”

ฉันจะแบกลูกชาย ไปจนกว่าเขาจะเรียนจบมหาวิทยาลัย” ซีสุ่ยอิง จบการสนทนาลงตรงคำกล่าวที่มุ่งมั่นนี้ ราวกับจะตอกย้ำกับตัวเองไปพร้อมกัน
 
Credit :  migsor

10 อาวุธดับซ่าอเมริกา

posted on 24 Nov 2010 18:04 by pkbewty
10 อาวุธดับซ่าอเมริกา

1. Zastava M93 
 
    สไนเปอร์ ไรเฟิล ที่มีระยะหวังผลถึง 1850 เมตร ไกลกว่า Barrett M107 ถึง 300เมตร 
2. TOS-1 Buratino 
 
    มันคือรถยิงจรวดสารพัดประโยชนของรัสเซีย แต่หลักๆของมันคือยิงถล่มเป้าหมายด้วยจรวดเพลิง 30นัดต่อ1ชุด !!! 
3. Tupolev Tu-160 Blackjack 
 
       มรดกตกทอดจากโซเวียตสู่รัสเซีย Tu-160 เป็นเครื่องบินทิ้งระเบิดขนาดใหญ่ (ใหญ่กว่าB-52ของ อเมริกาซะอีก) และสามารถทำความเร็วระดับ Mach 2.05 ว่าง่ายก็เร็วสุดในเครื่องบินทิ้งระเบิดขนาดใหญ่ หรือเกือบๆ1เท่า ที่B-1 ของอเมริกาทำได้ (B-1ไวที่สุดครับ b-2ไม่เร็วมากอาศัย พรางตัวได้อย่างเดียว) ซึ่งเป็นเอกลักษณ์ของเครื่องบินฝั่งรัสเซียว่ามีความเร็วสูงมาก 

4. S-400 Triumf 
 
     อเมริกามี Patriot Missile รัสเซียก็มี S-400 Triumf ซึ่งมีข้อผิดพลายน้อยกว่า Patriot Missileที่ยิงพวกเดียวกันเองแม่นกว่าศัตรู   แน่นอนว่าเพื่อการต่อต้านอากาศยานสมัยใหม่ต้องมีระบบการจับเครื่องบินที่ สามารถหลบหลีกเรดาห์ได้ ซึ่ง S-400 Triumf ก็สามารถทำได้ ซึ่งสามรถตรวจจับและยิงเป้าหมายในระยถึง400กิโลเมตร รวมทั้งยิงจรวดร่อนในระยะทางได้ถึง3500 กิโลเมตร 

5. Sukhoi Su-47 Berkut 
 
       Berkut มาจาคำในภาษารัสเซียที่แปลว่า อินทรีทอง Su-47 เป็นเครื่องบินรุ่นล่าสุดที่เตรียมเข้าประจำการในกองทัพอากาศรัสเซีย ด้วยรูปทรงปีกที่ล้ำไปด้านหน้าทำให้คล่องแคล่วในการเปลี่ยน ทิศทางการบินได้เพื่อในการต่อสู้ในวงเเคบๆ และสามารถบินด้วยความเร็ว ถึง Mach 2.34 พร้อมด้วยแรงGถึงระดับ 9G ซึ่งแน่นอนว่ามีระบบต่อต้านเรดาห์ซึ่งเป็นหนึ่งในความต้องการของเครื่องบิน รบสมัยใหม่ด้วย 
6. Novator KS-172 AAM-L 
 
    จรวด Air-to-air สำหรับต่อต้านอากาศยาน ระยะไกลของรัสเซีย ที่สามารถยิงในระยะ400กิโลเมรได้เลยทีเดียว(แน่นอนว่ามันเอาไว้จัดการ เครื่องบิน ตรวจการจากระยะไกล รวมทั้งยิงเครื่องบินเติมน้ำมันอีกด้วย 
7. AS-17 Krypton 
 
      จรวดแบบ air-to-surface ซึ่งสามารถตามเป้าหมายด้วย "คลื่นวิทยุ" ต่างกับจรวดแบบเดิมๆที่ตามเป้าหมายด้วยความร้อน แน่นอนว่าต่อให้ใช้เครื่องบินที่สามรถหลบเรดาห์ได้ ถ้าปล่อยคลื่นวิทยุออกมาก็โดนตามเป้าไปโจมตีได้ 

8. RT-2UTTH Topol M 
 
     Topol M เป็นจรวด ICBM (จรวดที่มีพิสัยการยิงที่ไกล) ซึ่งพิสัยการยิงถึง11000กิโลเมตร โดยแบ่งจรวดเปน3ท่อนในการยิง ท่อนที่1และ 2 เป็นเชื้อเพลิงในการยิง ส่วนท่อนสุดท้ายเป็นส่วนหัวรบ แถมตัวจรวด มีหัวรบแบบ แยกอีก 6 หัว (ยิงไปแล้ว จะแตกเหนือเป้าหมายแล้วกระจายเป็น6ชิ้นเมือ่ถึงท่อนสุดท้าย) และหัวรบแต่ละชิ้นก็คือ หัวรบนิวเคลียร์ขนาดเล็ก 

9. R-30 Bulava SLMB 

 
     Bulava มาจากคำในภาษารัสเซียว่า คฑา เป็นจวรดที่ออกแบบมาให้ใช้ยิงจาก เรือดำน้ำขณะดำน้ำ สู่เป้าหมายในพื้นทวีป แถมด้วย ระบบต่อต้านการโจมตีเพื่อสกัดกั้น ด้วยคลื่นEMP และ การปล่อย Decoys ล่อให้จรวด ที่ยิงมาสกัด Bulava วิ่งไปหาแทนที่จะมาทำลายตัวจรวด พร้อมด้วยการอัพเกรดให้ใช้หัวรบนิวเคลียร์ ด้วยอีกต่างหาก 

10. Father of all bombs 

 
     จำMOAB ของอเมริกากันได้ไหม(นี้จ๊ะ ไปดูแล้วกันhttp://www.soccersuck.com/soccer/viewtopic.php?t=106268) นั้น ยังเด้กๆเกินไป FoAB ไม่ทำให้ผิดหวัง ด้วยดินระเบิดแค่ 7ตัน แต่กลับให้แรงระเบิดเท่ากับระเบิด TNT ถึง44ตัน (MoAB ของ อเมริกา ใช้ดินระเบิดจำนวน 8ตันแต่ได้เเรงระเบิด 11ตัน) นับว่าเปนระเบิดที่ไม่ใช่ระเบิดนิวเคลียร์ที่แรงที่สุดในขณะนี้




Credit :  AUGUS Thttp://board.postjung.com/516139.html

10 วิธีหลอกกอดสาว

posted on 24 Nov 2010 18:02 by pkbewty
1. ดูหนังผีมีลุ้น
มุขนี้ถือว่าเป็นหนึ่งในบรรดาสุดยอดเคล็ดวิชา ที่จัดขึ้นหิ้งมุขคลาสสิคได้เลย ถึงแม้เหล่าคุณเธอส่วนใหญ่จะรู้ ทันกับมุข**ๆ ง่ายๆ แบบนี้ แต่ที่ไหนมีผีจำไว้ให้ดีว่าที่นั่นมีลุ้น หลักการง่ายนิดเดียว ท่องไว้ว่า "ผีโผล่เธอโผกอดป็น"
อ้าาาา เหมือนจะง่ายใช่มั้ย แต่อย่าเพิ่งด่วนสรุปอย่างนั้น เพราะยังมีผู้หญิงจำนวนไม่น้อยที่ไม่กลัวผีในจอ พวกเธอเหล่านี้จิตแข็งพอที่จะแยกแยะออกว่ามันก็แค่คนทาขอบตาดำ ๆทำตัวแข็งๆ ก็เท่านั้น ในกรณีนี้แนะนำให้ข้ามไป level 2 คือ พาเที่ยวบ้านผีจริงๆซะเลย แล้วถ้าผีจริงยังเอาไม่อยู่ ให้คุณลองพิจารณาดูใหม่ว่าเธอ หรือผีกันแน่ที่น่ากลัวกว่ากัน

2. Hero กำมะลอ
อันนี้เป็นอุบายตื้นๆ ที่เห็นในหนังไทยทั่วไป วิธีการคือไหว้วานเพื่อนคุณสักคนสองคนที่ไว้ใจได้ และมี วิญญาณนักแสดงนิดหน่อย เข้ามาลวนลามทางวาจากับเธอ เมื่อนางเองกำลังตกอยู่ในที่นั่งลำบากก็ถึงคิวพระเอกอย่างคุณที่จะต้องขี่ ม้าขาวมาช่วยเธอ อย่ารีรอ รีบเข้าไปโอบกอดเธอเสมือน คุณนั้นเป็นเจ้าข้าวเจ้าของ แล้วพูดว่า "เฮ้ย ยุ่งอะไรกับแฟน++ว่า" เมื่อเหล่าร้ายเตลิดไปแล้ว ให้รีบเปลี่ยนบทกลับมาสู่ชีวิตจริงทันที "เออ ขอโทษที เมื่อกี๊ไม่ได้ตั้งใจ จริงๆ แล้วผมก็กลัวมากเลยนะ" เธอจะยิ้มหน้าแดง พร้อมกับตบไหล่คุณแก้เขิน แล้วพูดว่า "ไม่เป็นไรหรอก ก็เธออุตส่าห์ช่วยเรานิ่ขิน" **ะเช๊ะ ! ตามสูตรทุกประการ

3. ซ้อนท้ายสบายแฮ
หาวันดีๆชวนเธอไปขี่จักรยานหรือมอเตอร์ไซค์เล่นกัน แต่ต้องระลึกไว้เสมอว่าคุณคือคนเมา เมาไม่ขับซ้อนได้อย่างเดียว ยิ่งเธอขี่ไม่แข็งเท่าไหร่ยิ่งดี ทำตัวเป็นสุภาพบุรุษเอื้อมมือไปช่วยบังคับ แฮนด์ซะแล้วแตะเบรคหน้าถี่ๆ ทีนี้ละพ่อ! นอกจากกอดแล้วยังได้ดมขี้หูขี้หัวถูไถกันให้ชื่นใจไปอีก แต่ก็ดูให้ดีหน่อยอุบาย แบบนี้เหมาะกับการขี่ที่ความเร็วต่ำและถนนโล่งเรียบ ไม่งั้นอาจได้กอดกันยิ้มแฉ่งเป็นคางคกแบนทั้งคู่

4. สิ่งประหลาดล้านชนิด
สืบมาให้ได้ว่าเธอกลัวสิ่งประหลาดประเภทไหน จิ้งจก หนู แมลงสาบ แมงมุม ตุ๊กแก งู ฯลฯ หาสิ่งเหล่านี้มาไม่ว่าจะเป็นแบบจำลองหรือตัวเป็นๆ เลือกใช้ในสถานการณ์ที่อยู่กันคนน้อยๆ ปล่อยมันออกมา แล้วรีบคว้าจังหวะที่เธอปี๊ดป๊าดกระตู้วู้เข้าไปโอบกอดให้ปลอดภัย แต่ในกรณีที่เธอกลัวสิ่งประหาดที่มีอันตรายมากๆ อย่างเช่น งูเกี้ยง ไม่ขอแนะนำให้ปล่อยมันอออกมาเด็ดขาด เพราะคุณอาจได้นอนกอดมุ้งสายบัวแทนตัวเธอก็เป็นได้

5. ปลาตอดหนุบหนับ
หาวันหยุดดีๆ ชวนเธอไปทะเลสวยๆ น้ำใสๆ แล้วลงไปเล่นน้ำกัน พยามว่ายไปในจุดที่ระดับน้ำสูงประมาณอก ดำน้ำลงไปแล้วใส่วิญญาณปลาหมึกว่ายเข้าปล่อยหนวดหนุบหนับตามแข้งขา แต่จำไว้ว่าอย่าตระกละ ตอดทีละนิดเพื่อให้เธอเห็นว่าเราขี้เล่นเป็นตัวไม่มีพิษภัย จากนั้นค่อยไปที่ level สูงๆ ไต่ขึ้นไปทีละหน่อย ตอดหนุบหนับๆบ่อยๆไปเรื่อย แต่ระวังไว้อย่าง ถ้าทะเลแถวนั้นหนาแน่นไปด้วยผู้คนต้องหาพิกัดจุดยืนของเธอให้แน่นอน ไม่งั้นไปกอดขาเมียชาวบ้านเดี๋ยวได้อาหารว่างเป็นแข้ง**ชุบน้ำเกลือ

6. mascot กอดเพลิน
ความน่ารักของเจ้าตัว mascot มีแรงดูดสาวๆและเด็กเสมอ ยิ่งเป็นชุดสวมด้วยแล้วยิ่งมีเสน่ห์เข้าไปใหญ่ สิ่งที่คุณต้องทำคือหาชุด mascot น่ารักๆสักตัวมาสวมในโอกาสพิเศษที่เกี่ยวข้องกับเธอไม่ว่าจะเป็นวันเกิด วันรับปริญญา วันฉลองได้รับตำแหน่งใหม่ แต่งานศพว่าที่พ่อตาแม่ยายหรือญาติโกโหติกาของเธออย่าทะลึ่งใส่ไปล่ะ อัตราโดนถีบมีเยอะกว่ากอด และที่สำคัญต้องระวัง mascot บางอย่างที่ให้ความหมาย ส่อเจตนามืด เช่น mascot ถุงยางอนามัย

7. ขาเพลงสำแดงฤทธิ์
ถ้าคุณเคยมีอาการขาแพลงมาก่อนคงแหลได้ไม่ยาก เริ่มจากนึกถึงความเจ็บปวดในช่วงนั้นแล้วดึงมันออกมาให้ได้ ใส่ความอ่อนแองอแงเข้าไปเยอะๆ แต่อย่าลืมว่าสถานการณ์เป็นสิ่งสำคัญไม่น้อย หาจังหวะดีๆ ตอนทำกิจกรรมอยู่ใกล้ๆ เธอแล้วค่อยออกอาการ อาทิ เดิน วิ่ง เล่นกีฬา อย่าไปทะลึ่งขาแพลงตอนนั่ง กินหมี่เกี๊ยวล่ะ น่าสงสัย เมื่อออกอาการแล้วให้นั่งทุรนทุรายนานๆหน่อยอย่ารีบลุก รอจนกว่าเธอจะมาประคองแล้วค่อยพยุงตัวขึ้น จะกอดเอวกอดคอก็ตามสบายเลยพ่อคุณ

8. เสื้อกันฝนสุภาพบุรุษ ( อืม ดีๆ )
ถ้าฤดูฝนย่างเท้าเข้ามาจำไว้ว่าอย่าพกร่ม ให้พกเสื้อกันฝนอย่างเดียว ข้อดีของเสื้อกันฝนก็คือเราสามารถกางมันออกมาคลุมให้คนที่เราหมายปองได้ และจังหวะที่คลุมหัวนั้น คุณสามารถหาเศษหาเลยไปกับอาการเก้ๆ กังๆ กำลังดึงชายเสื้อได้อย่างแนบเนียน หมั่นดึงชายเสื้อบ่อยๆ ได้กอดอังๆหน่อยก็ยังดีนะ

9. สะดุดลม ( เจ๋งวุ้ย แผนนี้ )
ไม่ว่าจะอยู่ในงานรื่นเริงไหนๆก็สามารถใช้ท่านี้ได้เสมอ แค่ทำขาอ่อนไหวไวต่อความรู้สึกเจออะไรก็สะดุดจึ๊กๆไว้ก่อน โอเวอร์แอ็คชั่นมากๆยิ่งดีใหญ่ ไถลตัวเข้าไปอยากกอดเธอตรงไหนก็เลือกเอา แต่ขอให้ถือความ**เป็นที่ตั้ง

10. เหินฟ้าท้ากอด
กอดคนอื่นเป็นเรื่องง่าย แต่ทำให้เขากอดเรานี่สิยาก แนะนำให้เอาวิธีนี้ไปใช้กันครับ เพียงแค่คุณหาที่สูงและหวาดเสียวสักแห่ง ขึ้นไปยืนบนนั้นแล้วประกาศออกมา “ผมอยากตายน” รอเวลาอีกนิดหน่อยให้ตำรวจเดินทางมาถึงแล้วยื่นข้อเสนอต่อรอง บอกเขาไปว่าอยากเจอหน้าคนรักหรือคนที่กำลังแอบรัก แต่ต้องเตรียมเบอร์โทรของเธอ เลือกสถานที่ให้ใกล้ย่านที่เธอพักอาศัยและตรวจตราวันเวลาให้รอบคอบว่า เธอไม่ไปไหนไกลแน่นอน เท่านี้ก็เตรียมวงแขนอุ่นๆ ของคุณไว้กอดได้เลย แต่ถ้าพลาดตกลงมาตายห่าก่อน ก็ซวยไป เขียนความต้องการสุดท้ายใส่กระเป๋ากางเกงไว้ก็ดีเผื่อเธอจะได้มากอดส่งวิญาณ
 
Credit : m-saga















 









































 







10 วิธีหนี “สมองเสื่อม”

         "สมอง" อวัยวะที่เป็นศูนย์บัญชาการสั่งการการทำงานของคนเรา ใครๆ ก็รู้ว่าเป็นอวัยวะสุดสำคัญ ต้องรักษากันไว้ให้ดี อย่าให้เสื่อมไปก่อนวัยอันควร ถึงแม้กระทรวงสาธารณสุขจะบอกว่าแนวโน้มของผู้สูงอายุไทยจะเป็นโรคสมองเสื่อม ในอีก 20 ปี ข้างหน้าจะเพิ่มขึ้นต่อเนื่องในอัตราเล็กน้อย แต่ก็ไม่ควรวางใจปล่อยปละละเลย

 


         " ต้นคิด" จดหมายข่าวรายเดือนของสำนักงานพัฒนาระบบข้อมูลข่าวสารสุขภาพ กระซิบบอกเคล็ดวิธีในการถนอมสมอง ด้วยการสร้าง 10 ลักษณะนิสัยสู้ภัยสมองเสื่อมมาให้ โดยบอกว่า

         ข้อแรก ให้กินอาหารเช้าเป็นกิจวัตร เพราะจะช่วยรักษาระดับน้ำตาลในเลือดให้อยู่ในระดับปกติ และมีสารอาหารไปเลี้ยงสมองได้อย่างเพียงพอ 

         ข้อสอง ต้องกินอาหารแต่พอดี ไม่มากเกินไปจะทำให้หลอดเลือดแดงในสมองแข็งตัว ทำให้เกิดโรคความจำสั้น

         ข้อสาม ไม่สูบบุหรี่ เนื่องจากผลวิจัยยืนยันว่า การสูบบุหรี่ไม่เพียงแต่เป็นเหตุให้เป็นโรคสมองฝ่อ แต่ยังทำให้เสี่ยงต่อโรคอัลไซเมอร์ หรือ "สมองเสื่อม" อีกด้วย 

         ข้อสี่ ลดของหวาน การกินของหวานไม่เพียงทำให้อ้วน แต่ยังกระทบต่อสมองอีกด้วย ถ้ากินของหวานมากเกินพอดีจะไปขัดขวางการดูดกลืนโปรตีนและสารอาหารที่เป็น ประโยชน์ เป็นสาเหตุของการขาดสารอาหารและขัดขวางการพัฒนาของสมอง

         ข้อห้า หลีกให้ไกลมลภาวะ สมองเป็นส่วนที่ใช้พลังงานมากที่สุดในร่างกาย การสูดเอาอากาศที่เป็นมลภาวะเข้าไปจะทำให้ออกซิเจนในสมองมีน้อย ส่งผลต่อประสิทธิภาพสมองลดลง

         ส่วนข้อหกและข้อเจ็ดเกี่ยว กับการนอน คือ นอนพักผ่อนให้เพียงพอ และไม่นอนคลุมโปง การอดนอนเป็นเวลานานจะทำให้เซลล์สมองตาย ส่วนนอนคลุมโปงจะลดออกซิเจนเข้าสู่ร่างกายให้น้อยลง

         ข้อแปด ไม่ใช้สมองในยามป่วย การฝืนสังขารไม่เกิดผลดี กลับจะทำให้ประสิทธิภาพของสมองลดลง เหมือนทำร้ายสมองไม่รู้ตัว ส่งผลต่อสมรรถภาพการทำงานของสมองในระยะยาว

         ข้อเก้า บริหารสมองเป็นนิจ คิดในเรื่องสร้างสรรค์ ไม่คิดฟุ้งซ่านเรื่อยเปื่อย หรือคิดในทางลบ

         ข้อสุดท้าย พูดคุยสังสรรค์กับผู้คน เพราะการพูดเป็นตัวแสดงประสิทธิภาพสมอง เนื่องจากต้องคิดต้องขบประเด็น ที่จะสื่อสารต่อยอดการสนทนา อย่างไรก็ตาม ไม่ใช่ตั้งหน้าตั้งตา "เม้าท์" นินทาว่าร้ายคนอื่น

         สิบข้อง่ายๆ คงพอจะช่วยให้ห่างไกลจาก "สมองเสื่อม" ได้บ้างตามสมควร

ขอขอบ คุณข้อมูลภายใต้ความร่วมมือของ สสส. และ วิชาการดอทคอม
www.thaihealth.or.th

ภาพผี

ภาพนี้เพิ่งทำเมื่อคืนเอง ไม่ได้แต่งนานแล้วเลยได้แค่นี้

                                        ก่อน 

                                        หลัง

ภาพ CG

ส่วนภาพนี้เป็น ฉากหนึ่ง ในมหากาฬ การ์ตูน 3D ของผมคับ

ภาพพลัง

ในบล็อกนี้ จะมีเนื้อหาเกี่ยวกับงาน animation <แอนิเมชั่น> ทั้งรูปวาด ภาพ cg และหนัง โดยผมจะพยายามทำเอง แล้วจะนำมาโชว์ในบล็อกนะคับ คอยเข้ามาดูบ่อยๆ นะ